ณ ใจกลางเครือข่ายระบบขนส่งทางรางในเขตเมืองของสิงคโปร์ การเปลี่ยนแปลงกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้ปรากฏขึ้นในรูปแบบรถไฟขบวนใหม่ที่มีดีไซน์โฉบเฉี่ยวหรือสถานีสุดทันสมัย แต่เป็นความอัจฉริยะที่มองไม่เห็น ซึ่งยึดโยงเครือข่ายทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน โดยหัวใจสำคัญของการพลิกโฉมในครั้งนี้คือการร่วมมือกันระหว่าง Hitachi Rail กับ SMRT และองค์กรขนส่งทางบก (LTA) เพื่อขับเคลื่อนผู้คนให้เดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น
เป็นเวลานานหลายทศวรรษที่ระบบขนส่งทางรางดำเนินงานภายใต้ตารางเวลาที่แน่นอน ซึ่งในอดีตถือเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพ ทว่าสำหรับเมืองสมัยใหม่ในปัจจุบันที่ผู้คนนับล้านล้วนพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะในการเดินทาง เราไม่อาจเว้นช่องว่างให้มีโอกาสในการเกิดข้อผิดพลาดหรือความล่าช้าได้เลย
การอัปเกรดระบบสัญญาณบนสายเหนือ-ใต้ และสายตะวันออก-ตะวันตก (NSEWL) กลายเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากทั้งสองเส้นทางนี้ไม่เพียงแต่เป็นเส้นทางที่เก่าแก่ที่สุด แต่ยังเป็นเส้นทางที่สำคัญที่สุดของประเทศอีกด้วย ตั้งแต่ปี 2555 การอัปเกรดระบบสัญญาณซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ SelTrac™ ระบบควบคุมรถไฟบนฐานการสื่อสาร (Communication-Based Train Control (CBTC)) ได้นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับขีดความสามารถของเครือข่าย และช่วยให้สามารถเดินรถไฟได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
ผ่านการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับพันธมิตรรายสำคัญจาก SMRT และ LTA โครงการจึงประสบความสำเร็จและบรรลุหมุดหมายดังต่อไปนี้:
ขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 20%: ด้วยการควบคุมอย่างแม่นยำของ SelTrac™ CBTC รถไฟจึงสามารถวิ่งในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกันกว่าเดิมได้อย่างปลอดภัย ลดเวลาในการรอคอยและการกระจุกตัวของผู้โดยสาร ช่วยลดความตึงเครียดในการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารหนาแน่น
การยกระดับความน่าเชื่อถือ: ตั้งแต่ปี 2558 ความล่าช้าในการเดินทางบน NSEWL ลดลงจากหนึ่งครั้งในระยะทางทุก ๆ 150,000 กิโลเมตร เหลือเพียง น้อยกว่าหนึ่งครั้งในระยะทางทุก ๆ 1,000,000 กิโลเมตร โดยช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือมากขึ้นถึงหกเท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
การประหยัดพลังงานที่เพิ่มมากขึ้น: ด้วยการปรับปรุงการเร่งความเร็วให้เหมาะสมที่สุดและลดการเบรกอย่างกะทันหัน ระบบจึงช่วยให้มั่นใจได้ถึง การเดินรถที่ราบรื่นและประหยัดพลังงาน เสมือนการขับรถด้วยความเร็วคงที่เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน
การดำเนินงานของ Hitachi Rail ในประเทศสิงคโปร์เป็นตัวอย่างที่ดีเยี่ยมของการใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในสังคมและสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตประจำวันของผู้คนอย่างแท้จริง
ด้วยแนวทางที่มุ่งสู่อนาคต Hitachi Rail จึงได้เปิดตัว Green CBTC Next Gen ซึ่งเป็นคุณสมบัติระดับนวัตกรรมของระบบ CBTC ผ่านโครงการความร่วมมือต้นแบบร่วมกับ SMRT Trains หัวใจสำคัญของ Green CBTC Next Gen คือการใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง ระบบเรียนรู้ด้วยเครื่องจักร และอัลกอริทึมเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เพื่อควบคุมลักษณะการเคลื่อนที่ของขบวนรถไฟ โดยระบบนี้ไม่เพียงสั่งการรถไฟว่าเมื่อใดควรหยุดหรือเคลื่อนที่เท่านั้น แต่ยังนำทางการเดินรถอย่างชาญฉลาด โดยการคาดการณ์และปรับเปลี่ยนรูปแบบการวิ่งแบบเรียลไทม์ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย
ผลลัพธ์ โดดเด่นด้วยผลลัพธ์ลดการใช้พลังงานลง 8% เทียบเท่ากับการใช้พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือนกว่า 3,000 หลังต่อปี และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การดำเนินงานในระยะต่อไปมุ่งเน้นเพิ่มอัตราส่วนลดการใช้พลังงานเป็น 15% หรือมากกว่า โดยปราศจากปรับเปลี่ยนโครงสร้างราง สถานี หรือตัวรถไฟ โครงสร้างพื้นฐานยังคงเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความชาญฉลาดในเบื้องหลัง
ความสำเร็จเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความจริงที่น่ายินดีว่า การแก้ปัญหาทางสังคมในวงกว้าง เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความแออัดในเมือง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เสมอไป โดยบางครั้งคำตอบอาจเป็นการดำเนินงานอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น ด้วยทรัพยากรที่เรามีอยู่
วิสัยทัศน์ของ Hitachi Rail นั้นอยู่เหนือกว่าแง่มุมด้านประสิทธิภาพ โดยยังรวมถึงการสร้างระบบการคมนาคมที่ยืดหยุ่นและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อรับมือกับความท้าทายที่รออยู่
Hitachi Rail ได้สร้างศูนย์จำลองระบบ CBTC (CBTC Simulation Facility) หรือ ดิจิทัลทวิน (Digital Twin) ขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นแบบจำลองเสมือนจริงของเครือข่ายสาย NSEWL ดิจิทัลทวินนี้จะช่วยให้ทีมวิศวกรทดสอบกลยุทธฺใหม่ ๆ จำลองสถานการณ์ต่าง ๆ และฝึกอบรมพนักงานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานจริง
ด้วยการบูรณาการระดับอนาคตระหว่าง การบำรุงรักษาตามสภาพ เซนเซอร์ และข้อมูลชุดเดียวกับที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถ จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถตรวจจับความสึกหรอ ความเค้น หรือสิ่งผิดปกติในอุปกรณ์ได้ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น ช่วยป้องกันการเกิดความล่าช้าที่อาจตามมาด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาล ช่วยยืดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ และรับรองได้ถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร
ทุกความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีล้วนมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นรหัสโปรแกรมเพียงบรรทัดเดียว ข้อมูลเพียงจุดเดียว หรืออัลกอริทึมการคาดการณ์เพียงชุดเดียว เพราะสิ่งสำคัญคือการทำให้ชีวิตของผู้คนที่ใช้บริการรถไฟในทุก ๆ วันดีขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาความยั่งยืนของเมืองเพื่อคนรุ่นต่อไป
เมื่อเทคโนโลยี CBTC ประสบความสำเร็จในสิงคโปร์จนเป็นที่ประจักษ์ Hitachi Rail จึงเริ่มเบนความสนใจไปไกลเกินกว่าพื้นที่บนเกาะแห่งนี้ หมุดหมายถัดไปคือการขยายขอบเขตการดำเนินงานอันชาญฉลาดนี้ไปยังเครือข่ายการขนส่งทางรางทั่วโลก และการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของแต่ละเมือง
โดย Hitachi Rail นั้นมีรากฐานที่แข็งแกร่งในด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบรางในประเทศต่าง ๆ เช่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และมาเลเซีย เทคโนโลยี CBTC ช่วยขับเคลื่อนโครงการส่งสัญญาณหลักสามโครงการทั่วสายเคลานา จายา (Kelana Jaya Line) สายอัมปาง (Ampang Line) และเคแอล โมโนเรล (KL Monorail) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมื่อไม่นานมานี้ เรายังได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยี CBTC สำหรับโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) ในกรุงไทเปอีกด้วย
มากกว่าแค่การประหยัดพลังงานหรือการเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร เป้าหมายในลำดับถัดไปคือการสร้างระบบนิเวศแห่งการคมนาคมที่สามารถปรับตัวได้ เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ และครอบคลุมทั่วถึงสำหรับทุกคน ซึ่งเป็นระบบที่ขบวนรถไฟเดินรถตรงเวลา และดำเนินงานสอดคล้องกับความต้องการของทั้งผู้คนและโลกใบนี้
เมื่อมองไปในอนาคต Hitachi Rail กำลังใช้ประโยชน์จากระบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการ เพื่อเปลี่ยนโฉมเส้นทางรถไฟทุกสายให้กลายเป็นกระดูกสันหลังที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับเมืองในอนาคต
เมื่อมองไปในอนาคต Hitachi Rail กำลังใช้ประโยชน์จากระบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบบูรณาการ เพื่อเปลี่ยนโฉมเส้นทางรถไฟทุกสายให้กลายเป็นกระดูกสันหลังที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับเมืองในอนาคต
แรงขับเคลื่อนในครั้งนี้ กำลังกำหนดทิศทางของการดำเนินงานครั้งต่อไป เพื่อสร้างระบบการคมนาคมในเขตเมืองที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น
Date of Release: July 2026