ทั่วเอเชีย เมื่อเมืองต่างๆ เติบโตขึ้น ความท้าทายทางสังคมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การปล่อยมลพิษที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว และมลภาวะ ล้วนต้องการวิธีแก้ปัญหาที่เร่งด่วนและยั่งยืน ฮิตาชิยังคงเป็นผู้นำในการรับมือกับความท้าทายที่น่ากังวลเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เทคโนโลยีสีเขียว และโซลูชั่นที่สร้างสรรค์
หัวใจสำคัญของความพยายามเหล่านี้คือทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ของฮิตาชิ ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนที่มุ่งมั่นสร้างสังคมที่ยั่งยืนและครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทฮิตาชิ ทีมวิจัยและพัฒนาได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า หน่วยงานภาครัฐ และพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อระบุปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการโซลูชันใหม่ๆ ที่ดีกว่า ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทีมงานจึงได้รับข้อมูลเชิงลึกอันทรงคุณค่า ซึ่งได้นำมาพัฒนาเป็นต้นแบบและโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมมากมาย รูปแบบความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจเท่านั้น แต่ยังผลักดันนวัตกรรมทางสังคมที่ขยายวงกว้างไปทั่วทั้งอาเซียนและทั่วโลกอีกด้วย
อาเซียนมีการคาดการณ์ว่าจะกลายเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกภายในปี 2573 เส้นขอบฟ้าของเมืองต่างๆ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก็เช่นกัน เนื่องจากอาคารและการก่อสร้างทั่วโลกมีส่วนทำให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกือบ 40% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลก ความจำเป็นในการออกแบบและการดำเนินงานอาคารอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย
ด้วยการสนับสนุนจากสำนักงานอาคารและการก่อสร้าง (BCA) ทีมวิจัยและพัฒนาของฮิตาชิประสบความสำเร็จในการปรับปรุงระบบการจัดการอาคารที่มีอยู่เดิม ด้วยระบบ AI และการเรียนรู้ของเครื่องระบบอัจฉริยะใหม่ นี้จึงตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้อย่างยืดหยุ่นและผสานรวมระบบย่อยต่างๆ ของอาคารได้อย่างราบรื่น การใช้พลังงาน การตั้งค่าสภาพแวดล้อม และการทำงานของลิฟต์ได้รับการปรับให้เหมาะสมตามรูปแบบการใช้งานและความต้องการแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้นโดยไม่กระทบต่อความสะดวกสบายและประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้
ในเมืองที่กำลังเติบโตอย่างสิงคโปร์ การขนส่งถือเป็นทั้งสิ่งจำเป็นและความท้าทาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นนี้อย่างยั่งยืน ทีมวิจัยและพัฒนาของฮิตาชิได้ทำงานร่วมกับสำนักงานการขนส่งทางบก (LTA) อย่างแข็งขันเพื่อพัฒนาโซลูชันการเดินทางอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางของผู้โดยสารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
สอดคล้องกั บแผนสีเขียวของสิงคโปร์แลและแผนแม่บทการขนส่งทางบกปี 2040ซึ่งมุ่งหวังให้เมืองที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 45 นาที มีสัดส่วนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในช่วงเวลาเร่งด่วนถึง 80% ทีมวิจัยและพัฒนาของฮิตาชิมุ่งมั่นที่จะทำให้สิ่งนี้เป็นจริง ด้วยโซลูชันการวิเคราะห์การสัญจรของผู้คน ทีมงานสามารถวิเคราะห์รูปแบบการเดินทางของผู้โดยสารและพัฒนาแบบจำลองเชิงคาดการณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงการคาดการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร การปรับระยะห่างระหว่างรถไฟ/รถบัสให้เหมาะสมที่สุด และการปรับปรุงการเชื่อมต่อบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้โดยสาร ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาของฮิตาชิ โครงการนี้จึงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการพัฒนาปรับปรุงใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านรถไฟให้ดียิ่งขึ้น
ในความเป็นจริง การพัฒนาสีเขียวต้องการมากกว่าแค่เทคโนโลยีที่เหมาะสม แต่ยังต้องการการสนับสนุนทางการเงินที่เหมาะสมอีกด้วย ทีมวิจัยและพัฒนาของฮิตาชิ ซึ่งได้รับมอบหมายจาก BCA ได้พัฒนาชุดเครื่องมือทางการเงินสีเขียวที่ใช้งานง่าย เช่นการประเมินประสิทธิภาพพลังงานอาคาร (BEEA) Building Energy Efficiency Assessment (BEEA)ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งช่วยให้ กระบวนการขอสินเชื่อสีเขียวที่ใช้เวลานานกลายเป็นเรื่องง่าย เครื่องมือเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้เจ้าของอาคารประเมินประสิทธิภาพพลังงานได้อย่างรวดเร็วและระบุขั้นตอนต่อไปที่สามารถดำเนินการได้ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงช่องว่างสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและยั่งยืน
ในขณะที่ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไปและความท้าทายต่างๆ มีความซับซ้อนมากขึ้น ฮิตาชิยังคงมุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการทางสังคมในปัจจุบัน แต่ยังครอบคลุมถึงความต้องการในอนาคตอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน การโมบิลิตี้ หรือการเงิน ทีมวิจัยและพัฒนาของฮิตาชิพร้อมเสมอที่จะนำทางไปข้างหน้า
ที่ฮิตาชิ เราเชื่อว่าคำตอบสำหรับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกเริ่มต้นจากคำถามง่ายๆ ว่า ต่อไปจะเป็นอย่างไร จิตวิญญาณแห่งการบุกเบิกนี้เองที่ผลักดันให้เราสร้างสรรค์โซลูชันที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในปัจจุบัน และเพื่อคนรุ่นต่อๆ ไป
วันที่เผยแพร่: กันยายน 2568