ฟิลิปปินส์ บ้านของประชากรกว่า 115 ล้านราย ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรน้ำเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน การรักษาสิ่งแวดล้อม และความยืดหยุ่นในระยะยาว ด้วยความมุ่งมั่นระดับชาติที่มีต่อความปลอดภัยทางทรัพยากรน้ำและการจัดการน้ำเสียที่เพิ่มสูงขึ้น โอกาสสำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและความยั่งยืน ก็ได้รับแรงขับเคลื่อนตามมา
ขณะที่ฟิลิปปินส์เสริมประสิทธิภาพให้แก่โครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจได้ถึงการเข้าถึงทรัพยากรน้ำที่เชื่อถือได้ พร้อมคำนึงถึงการบริหารจัดการแหล่งทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพว่าเป็นวาระสำคัญแห่งชาติ ในเขตมหานครมะนิลา และจังหวัดใกล้เคียง ระบบทรัพยากรน้ำช่วยสนับสนุนผู้คนกว่าล้านหลังคาเรือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูแล้ง ระหว่างที่การขยายตัวของเมืองกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
เพื่อเร่งรัดการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนรัฐบาลฟิลิปปินส์ ร่วมกับบริษัทผู้ให้บริการสาธารณูปโภคด้านน้ำ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคเอกชน จึงได้ขยายพื้นที่การให้บริการบำบัดน้ำเสียผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่องและการดำเนินมาตรการด้านกฎระ
เบียบ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยืดหยุ่นในระยะยาว
เมื่อตระหนักถึงบทบาทสำคัญที่ทรัพยากรน้ำมีต่อแง่มุมด้านสาธารณสุข การเติบโตของเศรษฐกิจ และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม Hitachi จึงได้ร่วมเป็นพันธมิตรอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลและผู้ให้บริการสาธารณูปโภคในการเสริมประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรน้ำและส่งมอบแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนในระยะยาว
เมนิลัด วอเตอร์ เซอร์วิสเซส ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Hitachi ในการยกระดับโรงงานบำบัดน้ำเสียทั้งแปดแห่งเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วและถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติจะมีคุณสมบัติสอดคล้องตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่มีการแก้ไขใหม่ของรัฐบาล
โดย Mako Kobayashi, General Manager for Water & Environment Business Unit at Hitachi Asia Ltd, สาขาฟิลิปปินส์ ได้ให้ความเห็นไว้ว่า:
โรงงานปรับคุณภาพน้ำปาไซ หนึ่งในโรงงานบำบัดน้ำเสียของเมนิลัด ได้มีการนำเทคโนโลยี PEGASUS (IFAS) ที่ล้ำสมัยของ Hitachi เข้ามาใช้ในการดำเนินงาน โดยเทคโนโลยี PEGASUS นั้นมีการใช้เม็ดกระตุ้นไนตริฟิเคชัน (Nitrifying pellet) ขั้นสูงร่วมกับจุลินทรีย์แบบตรึงรูป (Immobilised microorganisms) เพื่อให้บรรลุประสิทธิภาพสูงสุดในการกำจัดไนโตรเจนออกจากน้ำเสีย เพื่อให้แน่ใจได้ว่าน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วจะปลอดภัยต่อระบบนิเวศทางทะเลและสนับสนุนการปกป้องแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ
เมื่อดำเนินงานเต็มรูปแบบ โรงงานจะสามารถบำบัดน้ำเสียได้ถึง 46.6 ล้านลิตรต่อวันซึ่งรองรับการให้บริการแก่ประชากรเมืองปาไซได้ราว 130,000 คน
วิสัยทัศน์ที่ Hitachi มีต่อความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำนั้นขยายไปไกลเกินกว่าการบำบัดน้ำเสียแบบดั้งเดิม โดยหัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์นี้คือการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบหมุนเวียน ซึ่งใช้เทคโนโลยีการบำบัดน้ำขั้นสูง เพื่อเปลี่ยนสภาพน้ำที่ใช้แล้วให้กลายเป็นทรัพยากรที่ปลอดภัยและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้
ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย Hitachi จึงสามารถรีไซเคิลน้ำที่ใช้แล้วเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคได้ โดยมีการใช้ระบบกรองหลายชั้น (Multi-barrier system) ซึ่งผสานรวมระบบกรองแบบละเอียดพิเศษ (Ultrafiltration) เทคโนโลยีเมมเบรนขั้นสูงอย่างระบบรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis) และการฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถผลิตน้ำรีไซเคิลคุณภาพสูงจากน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วได้อย่างสม่ำเสมอ
ดังที่ Mako อธิบายไว้ใน วอดแคสต์ (vodcast) “เป้าหมายของเราไม่ได้หยุดอยู่แค่การปล่อยน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับคืนสู่ธรรมชาติเท่านั้น เพราะนั่นช่างเป็นเรื่องน่าเสียดาย เราบำบัดน้ำเหล่านี้ด้วยระบบกรองหลายชั้น โดยใช้ระบบกรองแบบละเอียดพิเศษ (Ultrafiltration) ระบบรีเวิร์สออสโมซิส (Reverse Osmosis) การฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV และระบบ AOP น้ำที่ได้จากการกระบวนการนี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรทางเลือกสำหรับนำกลับมาใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภค โดยเราเรียกระบบรีไซเคิลน้ำรูปแบบนี้ว่า นิววอเตอร์ (New Water)”
เมนิลัด ได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในโรงงานปรับคุณภาพน้ำปาไซ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการบรรเทาความรุนแรงของภัยแล้งและปัญหาการขาดแคลนน้ำ นิววอเตอร์ที่ได้รับการผลิตขึ้นกว่า 12 ล้านลิตรต่อวัน สามารถรองรับการให้บริการแก่ประชากรได้ราว 60,000 ครัวเรือน ในฐานะแหล่งทรัพยากรน้ำเพิ่มเติม เมื่อโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ โรงงานแห่งนี้จะกลายเป็นโรงงานรีไซเคิลน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคโดยตรง (Direct Potable Reuse) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ผ่านการร่วมมือในครั้งนี้ Hitachi และกลุ่มพันธมิตรอย่าง เมโทร แปซิฟิก วอเตอร์ โซลูชัน และเมรัลโค เอเนอร์ยี รวมถึงเมนิลัด ได้ยกระดับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนขึ้นไปอีกขั้น และแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ยั่งยืนสามารถเปลี่ยนน้ำเสียให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ได้อย่างไร ตลอดจนเน้นย้ำความมุ่งมั่นของ Hitachi ที่มีต่อนวัตกรรมเพื่อสังคมให้เด่นชัดยิ่งกว่าเดิม
นอกเหนือจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพแล้ว Hitachi ยังได้นำระบบอัจฉริยะเข้ามาขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบริหารจัดการน้ำ ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์ม IoT ด้วยการใช้ระบบ MIZU LINKซึ่งเป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะ ผู้ให้บริการสาธารณูปโภคจะสามารถตรวจสอบและเฝ้าระวังโรงงานบำบัดน้ำและโครงข่ายระบบท่อส่งน้ำได้แบบเรียลไทม์
MIZU LINK นำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมและครบวงจรสำหรับการตรวจสอบ เฝ้าระวัง บริหารจัดการ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบน้ำ โดยช่วยแสดงภาพรวมของการดำเนินงานอย่างชัดเจน รองรับการตัดสินใจโดยอิงจากฐานข้อมูลและขับเคลื่อนการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่องด้วยการติดตามค่าสถานะน้ำแบบเรียลไทม์ การซ่อมบำรุงเชิงรุก และการวิเคราะห์ขั้นสูง
เทคโนโลยีดิจิทัลนี้จะช่วยยกระดับระบบสาธารณูปโภคน้ำแบบเดิมไปสู่ระบบน้ำอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ควบคุมระบบตัดสินใจได้เร็วขึ้นจากการรับรู้ข้อมูล คาดการณ์ปัญหาได้ก่อนจะเกิดขึ้นจริง ตลอดจนช่วยดูแลและจัดการระบบกระจายน้ำให้มีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน ด้วยการผสานรวมระบบอัจฉริยะด้านข้อมูลเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ Hitachi กำลังมีส่วนช่วยให้ประเทศฟิลิปปินส์ก้าวไปสู่ระบบนิเวศการบริหารจัดการน้ำที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ความพยายามของ Hitachi ในฟิลิปปินส์แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีที่มีเป้าหมายเพื่อสังคมสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งในด้านการใช้งาน การบริหารจัดการและการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของน้ำได้อย่างสิ้นเชิง ผลสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในประเทศฟิลิปปินส์เท่านั้น แต่ยังสร้างคุณประโยชน์และผลลัพธ์เชิงบวกอย่างแท้จริงให้กับชุมชนต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นับตั้งแต่โครงการเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำจืด (Desalination) ในยุคแรกเริ่มของสิงคโปร์ ไปจนถึงการช่วยให้ชุมชนบนเกาะขนาดเล็กในอินโดนีเซียสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดที่ปลอดภัยได้ การดำเนินงานของ Hitachi ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ด้วยเทคโนโลยีและการร่วมมือกับพันธมิตรที่เหมาะสม ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสามารถก้าวข้ามผ่านความท้าทายด้านการบริหารจัดการ พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำที่สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืน เพื่อส่งต่อให้กับประชากรรุ่นต่อไปได้อย่างแน่นอน
ผ่านนวัตกรรม ความร่วมมือ และเป้าหมายที่ชัดเจน Hitachi พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างอนาคตด้านทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืนและเปี่ยมด้วยความหวังทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเราจะเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรและชุมชนต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดนิยามใหม่ของอนาคตไปพร้อม ๆ กัน
วันที่เผยแพร่: เมษายน 2569