ยุคของ AI ได้มาถึงแล้ว ตั้งแต่ผู้ช่วย AI เชิงสร้างสรรค์ เครื่องมือสืบค้นอัจฉริยะ ไปจนถึงระบบอัตโนมัติและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง AI กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้คือ ศูนย์ข้อมูล (Data Centre) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีการลงทุนในศูนย์ข้อมูลในอัตราการเติบโตเฉลี่ย 9.6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตในภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก
การเติบโตดังกล่าวนี้มาพร้อมกับความท้าทายอย่างมีนัยสำคัญ การเพิ่มขึ้นของภาระงานด้าน AI กำลังผลักดันให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ความต้องการพลังงานจากศูนย์ข้อมูลซึ่งมี AI เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก คาดว่าจะทำให้การใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นอีก หลายร้อยเทราวัตต์ชั่วโมง ภายในปี 2573
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังคาดการณ์ว่า ความต้องการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มขึ้นเป็น สี่เท่า ซึ่งจะสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อ เสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้า และความสามารถในการรองรับและฟื้นตัวของระบบไฟฟ้า
การประมวลผลคำสั่งผ่าน AI มีการใช้พลังงานสูงกว่าการสืบค้นแบบเดิมเป็นอย่างมาก อาทิ การส่งคำถามหนึ่งครั้งผ่าน ChatGPT ใช้พลังงานราว 2.9 วัตต์ชั่วโมง (Wh) หรือเกือบ สิบเท่า ของการสืบค้นทั่วไปบน Google
นโยบายภาครัฐกำลังมีบทบาทในการกำหนดอนาคตของศูนย์ข้อมูลเช่นกัน โดย เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนที่มีความมุ่งมั่นสูง กำลังส่งผลให้เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบาย มาตรการจูงใจ และระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ซึ่งมีอิทธิพลต่อสถานที่และรูปแบบในการออกแบบ การก่อสร้าง และการจัดหาแหล่งพลังงานสำหรับศูนย์ข้อมูล ผู้ดำเนินงานศูนย์ข้อมูลจำเป็นต้องบริหารจัดการความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นของศูนย์ข้อมูลอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งควบคุมต้นทุนการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ศูนย์ข้อมูลหลายแห่งกำลังหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าหนึ่งในสามของศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสามารถใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้ภายในปี 2573 ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้กำลังนำพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมาใช้ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งความพยายามดังกล่าวยังสามารถรับการสนับสนุนเพิ่มเติมได้ ผ่านระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ และการบริหารจัดการพลังงานที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น
ดังที่ Dr Lin Wujuan, General Manager, Research & Development Center, Hitachi Asia Ltd ได้ร่วมแบ่งปันความเห็นไว้ว่า
Hitachi กำลังนำเสนอแนวทางใหม่ในการบริหารจัดการความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูล โดยตั้งคำถามว่า หากศูนย์ข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานที่มีการใช้พลังงานสูง แต่สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์อัจฉริยะที่ปรับตัวตามความผันผวนของโครงข่ายไฟฟ้าได้ โดยนำพลังงานหมุนเวียนมาใช้เพื่อรองรับช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้มากขึ้นเพียงใด
เพื่อพัฒนาแนวทางนี้ Hitachi ได้ทำงานร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีสิงคโปร์ (SIT) เพื่อร่วมกันพัฒนาแท่นทดสอบการจ่ายพลังงานระดับแร็ก (Rack-Level Power Distribution Testbed) แบบไฮบริด AC/DC สำหรับศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็น แท่นทดสอบระดับแร็กที่มีลักษณะเฉพาะ เครื่องแรกในสิงคโปร์ โดยแท่นทดสอบดังกล่าวจะเชื่อมต่อกับไมโครกริดพลังงานหลายรูปแบบของวิทยาเขตปุงโกลของ SIT ซึ่งเป็นไมโครกริดประเภทแรกที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นภายในวิทยาเขตมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Professor Steven Wong, Director of the Centre of Digital Enablement (CoDE), SIT. กล่าว
ไมโครกริดพลังงานหลายรูปแบบจะบูรณาการเข้ากับพลังงานแสงอาทิตย์และแหล่งพลังงานแบบกระจายศูนย์อื่น ๆ เพื่อรองรับการตรวจติดตามและบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งวิทยาเขต โดย Hitachi และ SIT จะร่วมกันติดตั้ง ทดสอบ และประเมินโซลูชันระบบจ่ายพลังงานแบบไฮบริด AC/DC ขั้นสูง ภายใต้สภาวะการใช้งานจริง ผ่านการใช้พื้นที่ของวิทยาเขตเป็นสนามทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง
แท่นทดสอบนี้จะช่วยให้ Hitachi สามารถประเมินแนวทางการจ่ายพลังงานแบบไฮบริด AC/DC สำหรับโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในระดับแร็กได้ โดยแท่นทดสอบดังกล่าวจะครอบคลุมระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการบูรณาการพลังงานหมุนเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
อีกทั้งนักศึกษา SIT ยังจะได้รับประสบการณ์ด้านนวัตกรรมพลังงานจากการทำงานร่วมกับทีมวิจัยและพัฒนาของ Hitachi ในโครงการที่เกิดขึ้นจริงอีกด้วย
Su Hnin Wut Yi, Chief Researcher, Research & Development Center, Hitachi Asia Ltd กล่าว
ความร่วมมือกับ SIT เป็นอีกหนึ่งก้าวในความพยายามของ Hitachi ในการสนับสนุนอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับศูนย์ข้อมูลในยุคที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดย Hitachi กำลังนำ AI มาใช้เพื่อสร้างโซลูชันการบริหารจัดการพลังงานแบบองค์รวมสำหรับศูนย์ข้อมูล ผ่านการต่อยอดจากข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากโครงการนี้และโครงการริเริ่มอื่น ๆ โซลูชันดังกล่าวจะเป็นแนวทางแบบครบวงจรที่ช่วยให้ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่มีความต้องการใช้พลังงานสูง สามารถใช้ประโยชน์จากส่วนผสมของพลังงานคาร์บอนต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านพลังงานของตนเอง
Hitachi เชื่อในการพลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ด้วยการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ ศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ สามารถกลายเป็นสินทรัพย์อัจฉริยะที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และลดภาระต่อโครงข่ายไฟฟ้าได้
ด้วยการปรับมุมมองใหม่เกี่ยวกับวิธีที่ศูนย์ข้อมูลใช้และบริหารจัดการพลังงาน Hitachi กำลังมีส่วนช่วยกำหนดทิศทางใหม่ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยั่งยืนในอนาคต
Hitachi มุ่งมั่นที่จะเติมเต็มบทบาทของตนในการสนับสนุนการใช้งาน AI ควบคู่ไปกับการดำเนินงานที่มีความยั่งยืนและมีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน นี่คือวิสัยทัศน์ของ Hitachi ที่กำลังเกิดขึ้นจริง
Date of Release: July 2026